เอกสารสำหรับการเบิกค่ารักษาพยาบาล
  1. แบบฟอร์มการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน: กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนและลงนามโดยผู้เอาประกันภัยหรือผู้แทน
  2. สำเนาบัตรประชาชนของผู้ประสบภัย: หรือสำเนาทะเบียนบ้าน (กรณีผู้ประสบภัยเป็นผู้เยาว์)
  3. ใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาล: จากโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่ระบุรายละเอียดค่าใช้จ่าย
  4. ใบรับรองแพทย์: ระบุรายละเอียดการรักษาพยาบาล และใบสั่งยา (ถ้ามี)
  5. สำเนาบันทึกประจำวันของเจ้าหน้าที่ตำรวจ: ที่ระบุรายละเอียดเหตุการณ์อุบัติเหตุ (ถ้ามี)
เอกสารสำหรับการเบิกค่าชดเชยกรณีเสียชีวิต
  1. แบบฟอร์มการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน: กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนและลงนามโดยผู้เอาประกันภัยหรือผู้แทน
  2. สำเนาบัตรประชาชนของผู้เสียชีวิต: หรือสำเนาทะเบียนบ้าน
  3. สำเนาใบมรณบัตร: ที่ออกโดยสำนักงานทะเบียนราษฎร์
  4. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้เสียชีวิต
  5. สำเนาบันทึกประจำวันของเจ้าหน้าที่ตำรวจ: ที่ระบุรายละเอียดเหตุการณ์อุบัติเหตุ (ถ้ามี)
  6. เอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์: เช่น สำเนาทะเบียนสมรส (กรณีผู้เรียกร้องเป็นคู่สมรส) หรือสำเนาสูติบัตร (กรณีผู้เรียกร้องเป็นบุตร)
เอกสารสำหรับการเบิกค่าชดเชยกรณีทุพพลภาพถาวรหรือสูญเสียอวัยวะ
  1. แบบฟอร์มการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน: กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนและลงนามโดยผู้เอาประกันภัยหรือผู้แทน
  2. สำเนาบัตรประชาชนของผู้ประสบภัย: หรือสำเนาทะเบียนบ้าน
  3. ใบรับรองแพทย์: ที่ระบุสภาพการบาดเจ็บหรือการสูญเสียอวัยวะ รวมถึงรายละเอียดการรักษาพยาบาล
  4. สำเนาบันทึกประจำวันของเจ้าหน้าที่ตำรวจ: ที่ระบุรายละเอียดเหตุการณ์อุบัติเหตุ (ถ้ามี)
เอกสารสำหรับการเบิกค่าชดเชยการสูญเสียรายได้
  1. แบบฟอร์มการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน: กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนและลงนามโดยผู้เอาประกันภัยหรือผู้แทน
  2. สำเนาบัตรประชาชนของผู้ประสบภัย: หรือสำเนาทะเบียนบ้าน
  3. ใบรับรองแพทย์: ที่ระบุการหยุดงานเพื่อรักษาตัว
  4. เอกสารรับรองการหยุดงาน: จากนายจ้าง หรือสถานศึกษาที่ระบุการหยุดงานหรือหยุดเรียน (กรณีเป็นนักเรียน/นักศึกษา)
  5. สำเนาบันทึกประจำวันของเจ้าหน้าที่ตำรวจ: ที่ระบุรายละเอียดเหตุการณ์อุบัติเหตุ (ถ้ามี)
เอกสารที่ต้องใช้
  1. สำเนาบัตรประชาชน
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน
  3. สำเนาเล่มทะเบียนรถยนต์
  4. ข้อมูลรถยนต์ เช่น รุ่น ยี่ห้อ และเลขทะเบียนรถ
วิธีการสมัคร
  1. ติดต่อบริษัทประกันภัยหรือสาขาใกล้บ้าน: ติดต่อวิริยะประกันภัยหรือตัวแทนประกันภัยที่ได้รับการแต่งตั้ง
  2. เตรียมเอกสาร: สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน, เล่มทะเบียนรถยนต์ตัวจริง, สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร, หลักฐานการประกันภัยรถยนต์ (ถ้ามี)
  3. กรอกแบบฟอร์มคำขอ: ยื่นเอกสารและกรอกแบบฟอร์มคำขอ
  4. ประเมินมูลค่ารถยนต์: นำรถเข้ามาประเมินมูลค่าที่สาขา
  5. การอนุมัติและทำสัญญา: รอการอนุมัติ และทำสัญญาประกันภัย
  6. รับกรมธรรม์และเริ่มความคุ้มครอง: รับกรมธรรม์และความคุ้มครองจะเริ่มต้นตามระยะเวลาที่เลือก
เอกสารที่ต้องใช้ในการขอสินเชื่อจำนำเล่มรถ
  1. สำเนาบัตรประชาชน: ของผู้ขอสินเชื่อ
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน: ของผู้ขอสินเชื่อ
  3. เล่มทะเบียนรถยนต์ตัวจริง: เพื่อใช้เป็นหลักประกัน
  4. สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร: เพื่อยืนยันรายได้ของผู้ขอสินเชื่อ
  5. หลักฐานการประกันภัยรถยนต์: ในบางกรณี สถาบันการเงินอาจต้องการหลักฐานการประกันภัยรถยนต์
กระบวนการขอสินเชื่อจำนำเล่มรถ
  1. ยื่นคำขอและเอกสาร: ผู้ขอสินเชื่อจะต้องยื่นคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงิน
  2. การประเมินมูลค่ารถยนต์: สถาบันการเงินจะประเมินมูลค่ารถยนต์เพื่อกำหนดวงเงินสินเชื่อ
  3. อนุมัติสินเชื่อ: หลังจากประเมินมูลค่ารถยนต์และตรวจสอบเอกสารเรียบร้อยแล้ว สถาบันการเงินจะพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ
  4. ทำสัญญาและรับเงิน: หากได้รับอนุมัติ ผู้ขอสินเชื่อจะต้องทำสัญญาและรับเงินสินเชื่อตามที่ตกลงไว้
  5. การผ่อนชำระ: ผู้ขอสินเชื่อจะต้องผ่อนชำระตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่กำหนด
เอกสารที่ต้องใช้
  1. บัตรประชาชน
  2. ทะเบียนบ้าน
  3. เล่มทะเบียนรถยนต์ตัวจริง
  4. สมุดบัญชีธนาคาร
  5. หลักฐานการประกันภัยรถยนต์ (ถ้ามี)
ขั้นตอนง่ายๆในการสมัคร
  1. สำเนาหน้าเล่มรถ
  2. หากติดไฟแนนซ์แจ้งงวดคงเหลือ
  3. เบอร์โทรศัพท์เจ้าของรถ
ข้อยกเว้นทั่วไป
  • ความเสียหายจากสงคราม, การก่อการร้าย, การจลาจล, การนัดหยุดงาน, การประท้วง, หรือการกระทำของบุคคลที่มีเจตนาร้าย
  • ความเสียหายที่เกิดจากการเสื่อมสภาพ, การสึกหรอ, การผุกร่อน หรือการกัดกร่อนตามธรรมชาติ
  • ความเสียหายที่เกิดจากความผิดพลาดในการออกแบบ, การก่อสร้าง, การติดตั้ง หรือการบำรุงรักษา
  • ความเสียหายจากการรั่วไหลของสารเคมี, สารกัมมันตรังสี, หรือสารพิษอื่น ๆ
เงื่อนไขการคุ้มครอง
  • กรมธรรม์แต่ละฉบับอาจมีเงื่อนไขเฉพาะที่ต้องปฏิบัติตาม เช่น การติดตั้งระบบป้องกันอัคคีภัย, การบำรุงรักษาทรัพย์สินอย่างสม่ำเสมอ หรือการแจ้งเหตุการณ์ที่เกิดความเสียหายให้บริษัทประกันภัยทราบทันที
ข้อยกเว้นทั่วไป
1. ความเสียหายจากสงครามหรือการกระทำทางทหาร
  • ไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากสงคราม, การกระทำทางทหาร, การก่อการร้าย (ยกเว้นจะมีการซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติม)
2. ความเสียหายจากการละเลยหรือการกระทำโดยเจตนาของผู้เอาประกันภัย
  • ไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากการกระทำโดยเจตนา หรือการละเลยที่ชัดเจนของผู้เอาประกันภัย
3. ความเสียหายจากการเสื่อมสภาพหรือการเสื่อมคุณภาพตามธรรมชาติ
  • ไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากการเสื่อมสภาพหรือการเสื่อมคุณภาพของทรัพย์สินตามธรรมชาติ
ข้อยกเว้นทั่วไป
1. ความเสียหายจากสงครามและการก่อการร้าย
  • ไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากสงคราม, การก่อการร้าย, การจลาจล หรือการนัดหยุดงาน
2. ความเสียหายจากการบรรจุหีบห่อไม่เหมาะสม
  • ไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากการบรรจุหีบห่อที่ไม่เหมาะสมหรือไม่มีมาตรฐาน
3. ความเสียหายจากการเสื่อมสภาพตามธรรมชาติ
  • ไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากการเสื่อมสภาพ, การเน่าเสีย หรือการเสื่อมคุณภาพของสินค้าตามธรรมชาติ
4. ความเสียหายจากการกระทำโดยเจตนาของผู้ขนส่ง
  • ไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากการกระทำโดยเจตนาหรือความประมาทเลินเล่อที่ชัดเจนของผู้ขนส่ง
เงื่อนไขและข้อกำหนด
1. ขอบเขตความรับผิด
  • ระบุขอบเขตความรับผิดที่ผู้ขนส่งต้องรับผิดชอบตามกฎหมายหรือสัญญาขนส่ง
2. วงเงินคุ้มครอง
  • ระบุวงเงินคุ้มครองสูงสุดที่กรมธรรม์จะจ่ายในกรณีที่เกิดความเสียหายหรือการสูญหายของสินค้า
3. การรายงานและการเคลม
  • ระบุขั้นตอนและเอกสารที่ผู้ขนส่งต้องใช้ในการรายงานเหตุการณ์และการเคลมประกัน
4. ข้อกำหนดในการปฏิบัติตามกฎหมาย
  • ผู้ขนส่งต้องปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้า เช่น การบรรจุหีบห่อ การบรรทุก และการขนย้ายสินค้า
ข้อยกเว้นทั่วไป
1. ความเสียหายจากการบรรจุหีบห่อที่ไม่เหมาะสม (Improper Packing)
  • ไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากการบรรจุหีบห่อที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ได้มาตรฐาน
2. ความเสียหายจากการเสื่อมสภาพตามธรรมชาติ (Natural Wear and Tear)
  • ไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากการเสื่อมสภาพ, การเน่าเสีย หรือการเสื่อมคุณภาพของสินค้าตามธรรมชาติ
3. ความเสียหายจากการละเลยหรือการกระทำโดยเจตนา (Negligence or Willful Misconduct)
  • ไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากการกระทำโดยเจตนาหรือการละเลยที่ชัดเจนของผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขนส่ง
4. ความเสียหายจากสงครามและการก่อการร้าย (War and Terrorism)
  • ไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากสงครามหรือการก่อการร้าย ยกเว้นว่าจะมีการซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมในส่วนนี้
เงื่อนไขและข้อกำหนด
1. ขอบเขตความคุ้มครอง (Scope of Coverage)
  • ระบุขอบเขตความคุ้มครองที่สินค้าจะได้รับตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ เช่น ระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่เริ่มขนส่งจนถึงปลายทาง
2. วงเงินคุ้มครอง (Sum Insured)
  • ระบุวงเงินคุ้มครองสูงสุดที่กรมธรรม์จะจ่ายในกรณีที่เกิดความเสียหายหรือการสูญหายของสินค้า
3. การรายงานและการเคลม (Claims and Reporting)
  • ระบุขั้นตอนและเอกสารที่ต้องใช้ในการรายงานเหตุการณ์และการเคลมประกัน เช่น ใบตราส่งสินค้า, รายงานความเสียหาย
4. ข้อกำหนดในการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Compliance)
  • ผู้ขนส่งและผู้เอาประกันภัยต้องปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งทางทะเล
คุณสมบัติ
  1. อายุ 25 -45 ปี
  2. ใช้อุปกรณ์สื่อสาร  โทรศัพท์มือถือ โน๊ตบุ๊ค / PC / แท็บเล็ต
  3. ใช้สื่อโชเชียล ได้คล่อง
  4. มีเวลาโฟกัสงาน 100 %
  5. ทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา
  6. รักการขาย  ใจเปี่ยมบริการ  มีทัศนคติเชิงบวก 
  7.  ใส่ใจ ลูกค้า หมั่นเรียนรู้อยู่เสมอ
  8. มีใบอนุญาต หรือกำลังสอบใบอนุญาต
รายได้
ค่าคอม เงินเดือน  (ได้ตามผลงาน) ค่าโทรศัพท์ ประกันอุบัติเหตุ กิจกรรมท่องเที่ยวประจำปี ฯลฯ
สิ่งที่คุณจะได้รับเมื่อร่วมงานกับมีดีกรุ๊ป
  1. ได้เรียนรู้การเป็นนายตัวเอง เป็นเจ้าของธุรกิจ
  2. ลงทุนต่ำ ความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนสูง
  3. รายได้ไม่จำกัด ทำมากได้มาก
  4. มีที่ปรึกษามืออาชีพ ทั้งด้าน งานขายและงาน เคลม
  5. มีระบบสอนงาน สอนจนกว่าจะขายเป็นเห็นรายได้
  6. ทำงานออนไลน์ ทำได้ทุกที่ ตลอด 24 ชั่วโมง ทั่วโลก
  7. มี Passive income สร้างเป็นมรดกตกทอดได้
  8. มีอิสระด้านเวลา และการใช้ชีวิต
  9. เลือกช่องทางในการส่งงานได้หลายบริษัท
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy